ข้อมูลพื้นฐาน

  1. ทำไมข้าพเจ้าจึงได้รับคำบอกกล่าวนี้
  2. คดีพิพาทนี้เกี่ยวข้องกับอะไร
  3. ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนคืออะไร
  4. ทำไมการฟ้องร้องนี้จึงเป็นการร่วมฟ้องในนามกลุ่มบุคคล
  5. ทำไมจึงมีความตกลงระงับข้อพิพาท
  6. ข้าพเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงระงับข้อพิพาทนี้หรือไม่

ผลประโยชน์ของความตกลงระงับข้อพิพาท

  1. ความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ประกอบด้วยเงินจำนวนเท่าใด
  2. ข้าพเจ้าจะร้องขอการจ่ายเงินจากความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ได้โดยวิธีใด
    1. ข้าพเจ้าจะได้รับเงินจำนวนเท่าใด

วิธีการยื่นส่งแบบฟอร์มการเรียกร้อง

  1. การยื่นส่งการเรียกร้องทำได้โดยวิธีใด
    1. ใครเป็นผู้ตัดสินใจมูลค่าการเรียกร้องของข้าพเจ้า
    2. แบบฟอร์มการลงทะเบียนการเรียกร้องล่วงหน้า
    3. จะเกิดอะไรหากผู้ดูแลการเรียกร้องในนามกลุ่มบุคคลไม่มีข้อมูลของข้าพเจ้า
    4. บุคคลอื่นสามารถยื่นส่งแบบฟอร์มการเรียกร้องแทนข้าพเจ้าได้หรือไม่
  2. ข้าพเจ้าจะสูญเสียสิทธิ์ใด ๆ หรือไม่ จากการยื่นส่งหรือไม่ยื่นส่งการเรียกร้องนี้
  3. ข้าพเจ้าจะเลือกออกจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้อย่างไร
    1. ข้าพเจ้าจะส่งหนังสือของตนเองได้อย่างไร
    2. จดหมายของข้าพเจ้าควรกล่าวถึงสิ่งใด
  4. หากข้าพเจ้าถอนตัวจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ข้าพเจ้าจะยังคงได้รับเงินจากความตกลงระงับข้อพิพาทนี้หรือไม่
  5. หากข้าพเจ้าไม่ถอนตัวจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ข้าพเจ้าจะสามารถฟ้องจำเลยด้วยตนเองสำหรับค่าเสียหายหรือคำสั่งศาลให้จำเลยหยุดการกระทำการได้หรือไม่

วิธีการไม่เห็นด้วยต่อความตกลงระงับข้อพิพาท

  1. หากข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร
    1. หากข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ ข้าพเจ้าบอกกล่าวต่อศาลด้วยวิธีใด
    2. คำชี้แจงคำคัดค้านของข้าพเจ้าควรกล่าวถึงสิ่งใด
    3. ข้าพเจ้าสามารถโทรติดต่อศาลหรือสำนักงานผู้พิพากษาเกี่ยวกับการคัดค้านของข้าพเจ้าได้หรือไม่
  2. การคัดค้านเหมือนกับการเพิกถอนหรือไม่

ทนายความที่เป็นตัวแทนของท่าน

  1. ใครคือทนายความที่เป็นตัวแทนของกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3)
    1. ข้าพเจ้าควรจ้างทนายความของตนเองหรือไม่
  2. ทนายความและโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) จะได้รับชำระเงินเท่าใด
  3. ข้าพเจ้าจะแสดงความไม่เห็นด้วยกับค่าธรรมเนียมของทนายความ ค่าใช้จ่าย หรือค่าตอบแทนการบริการสำหรับโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้ด้วยวิธีใด
    1. คำชี้แจงคำคัดค้านของข้าพเจ้าควรกล่าวถึงสิ่งใด
    2. ข้าพเจ้าสามารถโทรติดต่อศาลหรือสำนักงานผู้พิพากษาเกี่ยวกับการคัดค้านของข้าพเจ้าได้หรือไม่

การพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรมของศาล

  1. เมื่อใดและสถานที่ใดที่ศาลแห่งนี้จะพิจารณาตัดสินอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทนี้
    1. ทำไมจึงมีการพิจารณาคดี
  2. ข้าพเจ้าต้องมาร่วมฟังการพิจารณาคดีนี้หรือไม่เพื่อการได้รับเงินของข้าพเจ้า
  3. หากข้าพเจ้าต้องการให้การต่อศาลที่การพิจารณาคดีนี้ ควรต้องทำอย่างไร
    1. คำบอกกล่าวความตั้งใจในการแสดงตนในศาลของข้าพเจ้าควรกล่าวถึงสิ่งใด

หากท่านไม่ทำอะไร

  1. จะเกิดอะไรขึ้นหากข้าพเจ้าไม่ได้ทำสิ่งใดทั้งสิ้น

การขอข้อมูลเพิ่มเติม

  1. ข้าพเจ้าจะขอข้อมูลเพิ่มเติมได้อย่างไร

ข้อความการปลดเปลื้องที่สมบูรณ์

  1. ข้อความการปลดเปลื้องที่สมบูรณ์สำหรับกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) คืออะไร

ข้อมูลพื้นฐาน


  1. ทำไมข้าพเจ้าจึงได้รับคำบอกกล่าวนี้

    คำบอกกล่าวนี้ให้ร ายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิและทางเลือกของท่านในคดีที่ร่วมฟ้องในนามกลุ่มบุคคลต่อศาลแขวงสหรัฐฯ สำหรับเขตตะวันออกของรัฐนิวยอร์ก ผู้พิพากษา Judge Margo K. Brodie และผู้พิพากษาศาลแขวง James Orenstein เป็นผู้พิจารณาการฟ้องร้องดำเนินคดีในนามกลุ่มนี้ ในคดีIn re Payment Card Interchange Fee and Merchant Discount Antitrust Litigation, MDL No. 1720 (MKB) (JO) บอกกล่าวนี้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับคดีพิพาท ความตกลงระงับข้อพิพาทที่เสนอ ผลประโยชน์ที่มี สิทธิตามกฎหมายในผลประโยชน์เหล่านั้น และวิธีการขอรับผลประโยชน์เหล่านั้น

    บริษัทหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ริเริ่มคดีนี้เรียกว่า "โจทก์" บริษัทที่คณะโจทก์ทำการฟ้องร้องคือ "จำเลย"

    คดีนี้ได้ถูกนำขึ้นฟ้องร้องในนามของกลุ่มผู้ประกอบกิจการค้า ผู้ประกอบกิจการค้าเฉพาะที่เป็นผู้ทำการยื่นฟ้องคดีนี้คือโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) และศาลแห่งนี้ได้อนุญาตให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวทำหน้าที่ในนามของผู้ประกอบกิจการค้าทั้งหมดในคดีต่าง ๆ ที่อธิบายไว้ด้านล่างนี้พร้อมด้วยความตกลงระงับข้อพิพาทที่เสนอของคดีนี้ โจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้แก่:

    Photos Etc. Corporation DBA ScanMyPhotos.Com; Traditions, Ltd.; Capital Audio Electronics, Inc.; CHS Inc.; Discount Optics, Inc.; Leon’s Transmission Service, Inc.; Parkway Corporation; และ Payless Inc.

    กลุ่มบริษัทที่คณะโจทก์ทำการฟ้องร้องคือ "จำเลย" กลุ่มจำเลย ได้แก่:

    • จำเลยเครือข่าย:
      • “Visa”: Visa U.S.A. Inc.; Visa International Service Association; และ Visa Inc.;
      • “Mastercard”: Mastercard International Incorporated และ Mastercard Incorporated และ
    • “ธนาคารฝ่ายจำเลย”: Bank of America, N.A.; BA Merchant Services LLC (เดิมชื่อ National Processing, Inc.); Bank of America Corporation; Barclays Bank plc; Barclays Delaware Holdings, LLC (เดิมชื่อ Juniper Financial Corporation); Barclays Bank Delaware (เดิมชื่อ Juniper Bank); Barclays Financial Corp.; Capital One Bank (USA), N.A.; Capital One F.S.B.; Capital One Financial Corporation; Chase Bank USA, N.A. (และในฐานะผู้สืบทอดสิทธิ์ของ Chase Manhattan Bank USA, N.A. และ Bank One, Delaware, N.A.); Paymentech, LLC (และในฐานะผู้สืบทอดสิทธิ์ของ Chase Paymentech Solutions, LLC); JPMorgan Chase & Co. (และในฐานะผู้สืบทอดสิทธิ์ของ Bank One Corporation); JPMorgan Chase Bank, N.A. (และในฐานะผู้สืบทอดสิทธิ์ของ Washington Mutual Bank); Citibank, N.A.; Citigroup Inc.; Citicorp; Fifth Third Bancorp; First National Bank of Omaha; HSBC Finance Corporation; HSBC Bank USA, N.A.; HSBC North America Holdings Inc.; HSBC Holdings plc; HSBC Bank plc; The PNC Financial Services Group, Inc. (และในฐานะผู้ซื้อ National City Corporation); National City Corporation; National City Bank of Kentucky; SunTrust Banks, Inc.; SunTrust Bank; Texas Independent Bancshares, Inc.; และ Wells Fargo & Company (และในฐานะผู้สืบทอดสิทธิ์ของ Wachovia Corporation)

     กลับไปที่ด้านบน

  2. คดีพิพาทนี้เกี่ยวข้องกับอะไร

    คดีพิพาทนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบกิจการค้าที่รับบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต Visa หรือ Mastercard ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2004 ถึง 25 มกราคม 2019 และกฎของ Visa และ Mastercard สำหรับผู้ประกอบกิจการค้าที่ยอมรับบัตรเหล่านั้น

    โจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้ยื่นคำฟ้องว่า:

    • Visa และธนาคารที่เป็นสมาชิกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแต่ละบัตรของตน ซึ่งรวมถึงธนาคารฝ่ายจำเลย ได้ละเมิดกฎหมายเนื่องจากจำเลยได้จัดตั้งค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน
    • Mastercard และธนาคารที่เป็นสมาชิกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแต่ละบัตรของตน ซึ่งรวมถึงธนาคารฝ่ายจำเลย ได้ละเมิดกฎหมายเนื่องจากจำเลยได้จัดตั้งค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน
    • Visa และธนาคารที่เป็นสมาชิกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแต่ละบัตรของตน ซึ่งรวมถึงธนาคารฝ่ายจำเลย ได้ละเมิดกฎหมายเนื่องจากจำเลยได้กำหนดและบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่เป็นการจำกัดผู้ประกอบกิจการค้าจากการเสนอทางเลือกในวิธีการชำระเงินอื่น ๆ แก่ลูกค้าของโจทก์ กฎเหล่านั้นรวมถึงกฎที่เรียกกันว่ากฎที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม กฎไม่ลดราคา กฎการยอมรับทุกบัตรในเครือข่าย และกฎอื่น ๆ บางกฎ การกระทำดังกล่าวเป็นการป้องกันโจทก์จากความกดดันในการแข่งขันเพื่อลดค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน
    • Mastercard และธนาคารที่เป็นสมาชิกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแต่ละบัตรของตน ซึ่งรวมถึงธนาคารฝ่ายจำเลย ได้ละเมิดกฎหมายเนื่องจากจำเลยได้กำหนดและบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่เป็นการจำกัดผู้ประกอบกิจการค้าจากการเสนอทางเลือกในวิธีการชำระเงินอื่น ๆ แก่ลูกค้าของโจทก์ กฎเหล่านั้นรวมถึงกฎที่เรียกกันว่ากฎที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม กฎไม่ลดราคา กฎการยอมรับทุกบัตรในเครือข่าย และกฎอื่น ๆ บางกฎ การกระทำดังกล่าวเป็นการป้องกันโจทก์จากความกดดันในการแข่งขันเพื่อลดค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน
    • Visa และ Mastercard ได้สมรู้ร่วมคิดกันเกี่ยวกับการปฏิบัติทางธุรกิจบางอย่างที่มีความท้าทาย
    • Visa และธนาคารที่เป็นสมาชิกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแต่ละบัตรของตนได้ดำเนินกิจกรรมเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่า Visa จะได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขององค์กรของตนและได้กลายเป็นบริษัทมหาชนหลังจากที่มีการยื่นฟ้องคดีนี้แล้วก็ตาม
    • Mastercard และธนาคารที่เป็นสมาชิกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแต่ละบัตรของตนได้ดำเนินกิจกรรมเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่า Mastercard จะได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขององค์กรของตนและได้กลายเป็นบริษัทมหาชนหลังจากที่มีการยื่นฟ้องคดีนี้แล้วก็ตาม
    • การกระทำของกลุ่มจำเลยเป็นสาเหตุทำให้ผู้ประกอบกิจการค้าทั้งหลายต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนจำนวนสูงเกินควรสำหรับการยอมรับบัตร Visa และ Mastercard
    • แต่เนื่องจากการกระทำของจำเลย จึงไม่มีค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนหรือค่าธรรมเนียมเหล่านั้นจึงไม่มีการลดต่ำลง

    จำเลยกล่าวว่าตนไม่ได้ทำสิ่งใดผิด จำเลยอ้างว่าการปฏิบัติธุรกิจของจำเลยถูกกฎหมาย เที่ยงธรรม ซึ่งเป็นผลจากการแข่งขันที่เป็นอิสระและส่งผลประโยชน์ต่อผู้ประกอบกิจการค้าและผู้บริโภค

     กลับไปที่ด้านบน

  3. ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนคืออะไร

    เมื่อผู้ถือบัตรทำการซื้อด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ธุรกรรมเหล่านั้นมีค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปคือประมาณ 1% ถึง 2% ของราคาซื้อ โดยปกติค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนถือเป็นส่วนสูงสุดของค่าธรรมเนียมที่เป็นการชำระเงินโดยผู้ประกอบกิจการค้าสำหรับการรับบัตร Visa และ Mastercard

    Visa และ Mastercard กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนสำหรับประเภทของธุรกรรมที่แตกต่างกัน และทำการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของตน โดยปกติปีละสองครั้ง

     กลับไปที่ด้านบน

  4. ทำไมการฟ้องร้องนี้จึงเป็นการร่วมฟ้องในนามกลุ่มบุคคล

    ในการร่วมฟ้องในนามกลุ่มบุคคล บุคคลหรือธุรกิจจะฟ้องร้องไม่เพียงแต่สำหรับตนเอง แต่ยังกระทำในนามของบุคคลหรือธุรกิจอื่นที่มีการเรียกร้องและผลประโยชน์ทางกฎหมายแบบเดียวกัน โดยการดำเนินการร่วมกันของกลุ่มบุคคลหรือธุรกิจที่มีการเรียกร้องและผลประโยชน์ของกลุ่มแบบเดียวกัน และเป็นสมาชิกกลุ่ม

    เมื่อศาลตัดสินพิพากษาคดีนี้หรืออนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาท คำพิพากษานี้มีผลใช้กับสมาชิกทั้งหมดของกลุ่ม (ยกเว้นสมาชิกของกลุ่มที่ได้ถอนตัวจากกลุ่ม) ในคดีนี้ ศาลได้ให้การอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทเบื้องต้นและมีการระบุกลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องตามที่กำหนดไว้ด้านล่างในคำถามข้อ 6 และอนุมัติการส่งคำบอกกล่าวทางไปรษณีย์

     กลับไปที่ด้านบน

  5. ทำไมจึงมีความตกลงระงับข้อพิพาท

    ศาลยังไม่ได้ตัดสินความว่าฝ่ายใดถูกหรือผิดหรือมีการละเมิดกฎหมายใด ๆ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายได้ร่วมตกลงเพื่อประนีประนอมยอมความคดีนี้ และหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงของการพิจารณาคดีในศาลและการอุทธรณ์ที่จะตามมาหลังจากการพิจารณาคดีในศาล

    ในคดีนี้ ความตกลงระงับข้อพิพาทมีผลมาจากการเจรจาต่อรองที่ยาวนาน ซึ่งรวมถึงการไกล่เกลี่ยกับผู้ไกล่เกลี่ยที่มีประสบการณ์สองรายที่ทั้งสองฝ่ายได้เลือก ความตกลงระงับข้อพิพาทคดีนี้ทำให้สมาชิกของกลุ่มได้รับการจ่ายเงิน โจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) และทนายความของโจทก์เชื่อว่าความตกลงระงับข้อพิพาทดังกล่าวดีที่สุดสำหรับสมาชิกทุกคนของกลุ่ม

    ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยได้ตกลงระงับคดีนี้เฉพาะหลังจากการฟ้องร้องที่ยาวนานเป็นเวลาสิบสามปี ในระหว่างการแสดงเอกสารแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง โจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้ทบทวนและวิเคราะห์เอกสารมากกว่า 60 ล้านหน้าและมีส่วนร่วมในการให้การมากกว่า 550 ครั้ง ซึ่งรวมถึงการให้การในข้อเท็จจริงและโดยผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ การดำเนินคดีก่อนหน้านี้ได้มีการสรุปและถกเถียงเกี่ยวกับคำร้องต่อศาลเพื่อยกฟ้อง คำร้องต่อศาลเพื่อสรุปการตัดสินคดี คำร้องต่อศาลเพื่อถอดถอนพยานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ และคำร้องต่อศาลเพื่อการรับรองกลุ่มอย่างครบถ้วน แต่ศาลไม่ได้ทำการตัดสิน

     กลับไปที่ด้านบน

  6. ข้าพเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงระงับข้อพิพาทนี้หรือไม่

    หากท่านได้รับคำบอกกล่าวนี้ทางไปรษณีย์ บันทึกข้อมูลของฝ่ายจำเลยแสดงว่าท่านอาจอยู่ในกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ซึ่งประกอบด้วย:


    บุคคล ธุรกิจ และนิติบุคคลอื่น ๆ ทั้งหมดที่ยอมรับบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa และ/หรือบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Mastercard ในสหรัฐอเมริกาเมื่อใดก็ตามตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2004 ถึง 25 มกราคม 2019 ยกเว้นกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) จะไม่รวมถึง (ก) โจทก์ที่ถูกยกฟ้อง (ข) รัฐบาลสหรัฐอเมริกา (ค) จำเลยที่มีชื่อในการดำเนินคดีนี้หรือกรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือสมาชิกในครอบครัวของตน หรือ (ง) สถาบันการเงินที่ได้ออกบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa หรือบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Mastercard หรือได้รับธุรกรรมของบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa หรือธุรกรรมของบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Mastercard เมื่อใดก็ตามตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2004 ถึง 25 มกราคม 2019

    โจทก์ที่ถูกยกฟ้องคือโจทก์ที่เคยได้รับความตกลงระงับข้อพิพาทมาก่อนแล้วและยกฟ้องคดีของตนเองต่อจำเลย โจทก์เหล่ามีรายชื่ออยู่ในภาคผนวก ข ของข้อตกลงการระงับคดีในนามกลุ่มบุคคล ซึ่งมีอยู่ที่นี่. โจทก์ที่ถูกยกฟ้องยังรวมถึงนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโจทก์ที่มีรายชื่ออยู่ในภาคผนวก ข หากท่านไม่แน่ใจว่าท่านอาจเป็นโจทก์ที่ถูกยกฟ้องหรือไม่ ท่านโทรไปที่ 1-800-625-6440 หรือดูภาคผนวก ขสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

    วันที่ของการอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทเบื้องต้นนี้ที่เป็นการอ้างอิงตามคำจำกัดความของกลุ่มเหล่านี้คือ 25 มกราคม 2019

    หากท่านไม่แน่ใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้หรือไม่ โปรดติดต่อผู้ดูแลการเรียกร้องในนามกลุ่มบุคคลที่:

    phoneIcon โทรติดต่อหมายเลขโทรฟรี: 1-800-625-64401-800-625-6440

    writeIcon ส่งจดหมายไปที่: Payment Card Interchange Fee Settlement, P.O. Box 2530, Portland, OR 97208-2530

    emailIcon อีเมล: info@PaymentCardSettlement.com

     กลับไปที่ด้านบน


ผลประโยชน์ของความตกลงระงับข้อพิพาท


  1. ความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ประกอบด้วยเงินจำนวนเท่าใด

    ภายใต้ความตกลงระงับข้อพิพาท Visa, Mastercard, และธนาคารฝ่ายจำเลยได้ตกลงที่จะชำระเงินสูงสุดประมาณ 6.24 พันล้านดอลลาร์และอย่างต่ำไม่น้อยกว่า 5.54 พันล้านดอลลาร์ขึ้นอยู่กับสมาชิกของการเรียกร้องในนามกลุ่มบุคคลที่ถอนตัวออกจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3)

    ผู้ประกอบกิจการค้าทั้งหมดในกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่ไม่ได้ถอนตัวจากกลุ่มภายในกำหนดสิ้นสุดที่ระบุไว้ด้านล่างและการยื่นฟ้องเพื่อเรียกร้องยังคงมีผลตามกฎหมาย (“ผู้เรียกร้องที่ได้รับอนุญาต”) จะได้รับเงินจากกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาท กองทุนความตกลงระงับข้อพิพาทนี้จะหักลงเป็นจำนวนไม่เกิน 700 ล้านดอลลาร์ไปยังบัญชีสำหรับผู้ประกอบกิจการค้าที่ถอนตัวจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) (“ผู้ที่เลือกออกจากกลุ่มบุคคล”) เงินในกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาทนี้หลังจากที่มีการหักออกเพื่อชดใช้ให้กับผู้ประกอบกิจการค้าที่ได้เพิกถอนการฟ้องร้องของตนจะถูกใช้เพื่อชำระ:

    • ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการความตกลงระงับข้อพิพาทและการบอกกล่าว และภาษีที่เกี่ยวข้องกับกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาทและค่าใช้จ่ายด้านภาษีที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ศาลได้อนุมัติ
    • เงินที่มอบให้โจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) สำหรับการให้บริการในนามของการเรียกร้องในนามกลุ่มบุคคลที่ศาลได้อนุมัติ และ
    • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของทนายความ ตามที่ศาลแห่งนี้ได้อนุมัติ

    เงินในกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาทนี้จะถูกแจกจ่ายก็ต่อเมื่อท้ายที่สุดศาลได้อนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทนี้

     กลับไปที่ด้านบน

  2. ข้าพเจ้าจะร้องขอการจ่ายเงินจากความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ได้โดยวิธีใด

    ท่านต้องยื่นการเรียกร้องที่มีผลตามกฎหมายเพื่อการได้รับการจ่ายเงินจากความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ หากท้ายที่สุดศาลได้อนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ และท่านไม่ได้เพิกถอนการฟ้องของตนจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ท่านจะได้รับแบบฟอร์มการเรียกร้องทางไปรษณีย์หรืออีเมล หากท่านไม่ได้รับแบบฟอร์มการเรียกร้องนี้และหรือไม่แน่ใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงระงับข้อพิพาทนี้หรือไม่ โปรดติดต่อผู้ดูแลการเรียกร้องในนามกลุ่มบุคคลที่:

    phoneIcon โทรติดต่อหมายเลขโทรฟรี: 1-800-625-64401-800-625-6440

    writeIcon ส่งจดหมายไปที่: Payment Card Interchange Fee Settlement, P.O. Box 2530, Portland, OR 97208-2530

    emailIcon อีเมล: info@PaymentCardSettlement.com

    1. ข้าพเจ้าจะได้รับเงินจำนวนเท่าใด

      จำนวนเงินที่จะถูกจ่ายจากกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาทจะขึ้นอยู่กับค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงหรือโดยประมาณของท่านที่มีหลักฐานอ้างอิงของการทำธุรกรรมกับ Visa และ Mastercard (ระหว่างท่านกับลูกค้าของท่าน) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2004 ถึง 25 มกราคม 2019

      จำนวนเงินที่ผู้เรียกร้องที่ได้รับอนุญาตแต่ละรายจะได้รับจากกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาทจะขึ้นอยู่กับเงินที่มีเพื่อชำระการเรียกร้องทั้งหมด มูลค่าดอลลาร์รวมของการเรียกร้องที่ถูกต้องทั้งหมดที่ยื่น การหักสำหรับผู้ที่เลือกออกจากกลุ่มบุคคลดังที่อธิบายข้างต้นที่ไม่เกิน 700 ล้านดอลลาร์ ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการความตกลงระงับข้อพิพาทและการบอกกล่าว ภาษีที่เกี่ยวข้องกับกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาทและค่าใช้จ่ายด้านภาษีที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ค่าธรรมเนียมของทนายความ ค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทนสำหรับโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) สำหรับการเป็นตัวแทนของผู้ประกอบกิจการค้าในคดี MDL 1720 ซึ่งถึงที่สุดในข้อตกลงการระงับคดีในนามกลุ่มบุคคล โดยทั้งหมดนี้ตามที่ศาลได้อนุมัติ

     กลับไปที่ด้านบน


วิธีการยื่นส่งแบบฟอร์มการเรียกร้อง


  1. การยื่นส่งการเรียกร้องทำได้โดยวิธีใด

    หากศาลได้อนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาท (ดู “การพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรมของศาล")ศาลจะอนุมัติแบบฟอร์มการเรียกร้องและกำหนดวันสิ้นสุดสำหรับการยื่นส่งการเรียกร้องของสมาชิกในกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) เพื่อการได้รับการชำระเงิน ท่านต้องยื่นส่งแบบฟอร์มการเรียกร้อง

    หากท่านได้รับคำบอกกล่าวฉบับนี้ทางไปรษณีย์ แบบฟอร์มการเรียกร้องจะถูกส่งหรือส่งอีเมลให้แก่ท่านโดยอัตโนมัติ แบบฟอร์มการเรียกร้องนี้จะถูกประกาศไว้ในเว็บไซต์นี้และมีให้บริการโดยการโทรติดต่อ 1-800-625-6440 สมาชิกของกลุ่มจะสามารถยื่นส่งการเรียกร้องทางอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เว็บไซต์นี้ หรือโดยอีเมล หรีอโดยส่งเอกสารแบบฟอร์มการเรียกร้อง

    1. ใครเป็นผู้ตัดสินใจมูลค่าการเรียกร้องของข้าพเจ้า

      ผู้ดูแลการเรียกร้องในนามกลุ่มบุคคลจะมีข้อมูลจากจำเลยและบุคคลอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าจะอนุญาตให้ประเมินมูลค่ารวมของค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่เป็นของผู้เรียกร้องที่ได้รับอนุญาตแต่ละรายในการทำธุรกรรมบัตร Visa และ Mastercard ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 1 มกราคม 2004 ถึง 25 มกราคม 2019 (“ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่ได้ชำระ”) เป็นเจตนาในขณะนี้ที่จะเผยแพร่ข้อมูลนี้ออกไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อประมาณค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่มีหลักฐานอ้างอิงของสมาชิกในกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3)

      ในกรณีที่ข้อมูลที่จำเป็นไม่สามารถนำมาใช้ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตามเพื่อประเมินค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนของสมาชิกของกลุ่ม หรือหากมูลค่าการเรียกร้องสำหรับค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่ได้ชำระซึ่งกำหนดโดยผู้ดูแลการเรียกร้องในนามกลุ่มบุคคลถูกคัดค้านจากสมาชิกของกลุ่ม สมาชิกของกลุ่มจะต้องยื่นส่งข้อมูลที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการเรียกร้องของตน ข้อมูลนี้จะรวมถึงค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่ได้ชำระที่มีหลักฐานอ้างอิงของสมาชิกของกลุ่ม ค่าธรรมเนียมส่วนลดของผู้ประกอบกิจการค้าที่ได้ชำระ รหัสหมวดหมู่ของผู้ประกอบกิจการค้าที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม และ/หรือ รายละเอียดของธุรกิจของสมาชิกของกลุ่ม และปริมาณรวมของธุรกรรม Visa และ Mastercard และ/หรือ ยอดขายรวม ตามขอบเขตข้อมูลที่ทราบ ตามพื้นฐานข้อมูลเหล่านี้ ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนที่ได้ชำระที่มีหลักฐานอ้างอิงของสมาชิกของกลุ่มจะถูกประมาณการสำหรับสมาชิกแต่ละรายของกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3)

      นอกจากนี้ยังได้คาดหมายว่าผู้ดูแลการเรียกร้องในนามกลุ่มบุคคลต้องจัดให้มีรหัสที่เฉพาะเจาะจงเพื่อให้สมาชิกกลุ่มสามารถเข้าถึงเว็บไซต์การเรียกร้องนี้ได้ เพื่อดูรูปแบบการคำนวณมูลค่าการเรียกร้องของตน และยังให้ข้อมูลนี้ในการคำนวณล่วงหน้าของแบบฟอร์มการเรียกร้องได้ สมาชิกของกลุ่มยอมรับหรือแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อมูลได้ในแบบฟอร์มการเรียกร้องหรือเว็บไซต์นี้ แบบฟอร์มการเรียกร้องและเว็บไซต์จะอธิบายวิธีการโต้แย้งข้อมูลนี้

      รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีคำนวณการเรียกร้องทั้งหมดจะมีอยู่ในภาคผนวก 1 ของข้อตกลงการระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลและในการประกาศที่ตามมาซึ่งทำได้ไม่เกินวันที่ 7 มิถุนายน 2019.

    2. แบบฟอร์มการลงทะเบียนการเรียกร้องล่วงหน้า

      นอกจากนี้สมาชิกของกลุ่มยังกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่นี่ได้ ท่านไม่จำเป็นต้องทำการลงทะเบียนล่วงหน้า แต่การกระทำดังกล่าวมีประโยชน์ได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิ์ในคดีนี้ของท่าน หากก่อนหน้านี้คุณได้ลงทะเบียนล่วงหน้าบนเว็บไซต์นี้ คุณควรตรวจสอบสถานะของคุณเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลใด ๆ

    3. จะเกิดอะไรหากผู้ดูแลการเรียกร้องในนามกลุ่มบุคคลไม่มีข้อมูลของข้าพเจ้า

      แบบฟอร์มการเรียกร้องนี้ทำให้สมาชิกของกลุ่มซึ่งเป็นผู้ที่ไม่มีข้อมูลทางการเงินหรือที่ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มสามารถยื่นส่งการเรียกร้องได้ ผู้ประกอบกิจการค้าเหล่านั้นจะต้องกรอกข้อมูลและลงชื่อในแบบฟอร์มการเรียกร้องและส่งกลับมาก่อนวันกำหนดสิ้นสุด

    4. บุคคลอื่นสามารถยื่นส่งแบบฟอร์มการเรียกร้องแทนข้าพเจ้าได้หรือไม่

      บริษัทบางแห่งเสนอที่จะช่วยท่านยื่นแบบฟอร์มการเรียกร้องของท่านเพื่อแลกกับเงินส่วนหนึ่งของการเยียวยาของท่านจากความตกลงระงับข้อพิพาทได้ ในกรณีที่ท่านอาจเลือกที่จะใช้บริษัทดังกล่าว ท่านควรทราบว่าท่านสามารถยื่นต่อผู้ดูแลการเรียกร้องได้ด้วยตนเองโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ท่านมีสิทธิ์ติดต่อผู้ดูแลการเรียกร้องหรือที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) สำหรับความช่วยเหลือในการทำความเข้าใจและยื่นแบบฟอร์มการเรียกร้องของท่าน—โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน คำสั่งก่อนหน้าของศาลเกี่ยวกับบริษัทที่ยื่นข้อเรียกร้องของบุคคลที่สามมีให้ตรวจสอบที่นี่.

     กลับไปที่ด้านบน

  2. ข้าพเจ้าจะสูญเสียสิทธิ์ใด ๆ หรือไม่ จากการยื่นส่งหรือไม่ยื่นส่งการเรียกร้องนี้

    สมาชิกในกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่ไม่ได้เพิกถอนการเรียกร้องของตนภายในกำหนดสิ้นสุด จะมีภาระผูกพันตามเงื่อนไขของข้อตกลงการระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการปลดเปลื้องการเรียกร้องใด ๆ ต่อจำเลยและฝ่ายที่ได้ทำการปลดเปลื้องอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในวรรค 30 ของข้อตกลงการระงับคดีในนามกลุ่มบุคคล ไม่ว่าสมาชิกนั้น ๆ จะได้ยื่นส่งการเรียกร้องเพื่อรับชำระเงินนี้หรือไม่ก็ตาม

    ความตกลงระงับข้อพิพาทนี้จะเป็นวิธีการที่น่าพอใจในการจัดการกับความขัดแย้งและปลดเปลื้องการเรียกร้องโดยสมาชิกของกลุ่มเพื่อรับค่าตอบแทนเป็นเงินหรือคำสั่งศาลให้จำเลยหยุดการกระทำการต่อ Visa, Mastercard หรือจำเลยอื่น ๆ การปลดเปลื้องจะป้องกันตามกฎหมายไม่ให้ดำเนินการเรียกร้องดังต่อไปนี้:

    • การเรียกร้องที่มีพื้นฐานตามการดำเนินการและกฎที่ถูกกล่าวหาหรือยกขึ้นในการดำเนินคดีหรือที่อาจถูกกล่าวหาหรือยกขึ้นในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ ซึ่งรวมถึงการเรียกร้องใด ๆ ที่มีพื้นฐานตามค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน ค่าธรรมเนียมเครือข่าย ค่าธรรมเนียมส่วนลดของผู้ประกอบกิจการค้า กฎไม่ลดราคา กฎการยอมรับทุกบัตรในเครือข่าย และการดำเนินการและกฎอื่น ๆ บางประการ การเรียกร้องเหล่านี้จะได้รับการปลดเปลื้องหากมีอยู่แล้วหรือจะเกิดขึ้นในอนาคตไม่เกินห้าปีนับจากที่ศาลอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทและการระงับการอุทธรณ์ทั้งหมด
    • การเรียกร้องที่มีพื้นฐานตามกฎในอนาคตที่มีความคล้ายคลึงอย่างมีนัยสำคัญกับ – กล่าวคือ ไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะสำคัญของกฎที่กล่าวถึงข้างต้น – เนื่องจากมีอยู่เมื่อได้รับการอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทเบื้องต้น การเรียกร้องที่มีพื้นฐานตามกฎที่คล้ายกันอย่างมีนัยสำคัญในอนาคตเหล่านี้จะได้รับการปลดเปลื้องหากได้รับไม่เกินห้าปีนับจากที่ศาลอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทและการระงับการอุทธรณ์ทั้งหมด

    การแก้ไขและปลดเปลื้องของความตกลงระงับข้อพิพาทในข้อเรียกร้องเหล่านี้มีเจตนาเพื่อให้สอดคล้องกับและไม่มีขอบเขตที่กว้างกว่ากฎหมายของรัฐบาลกลางเกี่ยวกับหลักการแสดงข้อเท็จจริงที่ต้องตรงกัน

    การปลดเปลื้องจะ ไม่ยกเลิกการเรียกร้องดังต่อไปนี้:

    • การเรียกร้องที่มีพื้นฐานตามการดำเนินการหรือกฎระเบียบซึ่งไม่สามารถถูกกล่าวหาหรือที่ยกขึ้นในการดำเนินคดี
    • การเรียกร้องที่มีพื้นฐานตามกฎในอนาคตที่ไม่มีความคล้ายคลึงกันอย่างมีนัยสำคัญกับกฎที่เคยมีหรือได้รับการกล่าวหาหรือยกขึ้นในการดำเนินคดี
    • การเรียกร้องใด ๆ ที่เกิดขึ้นเกินกว่าห้าปีนับจากที่ศาลอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทและการระงับการอุทธรณ์ใด ๆ

    Tนอกจากนี้การปลดเปลื้องยังจะมีผลในการยกเลิกการเรียกร้องที่คล้ายกันหรือทับซ้อนกันทั้งหมดในการดำเนินคดีอื่นใด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการเรียกร้องที่อ้างถึงในการดำเนินคดีในนามกลุ่มบุคคลในชั้นศาลของรัฐแคลิฟอร์เนียที่กระทำขึ้นในนามของผู้ประกอบกิจการค้าชาวแคลิฟอร์เนียและบรรยายลักษณะตามคดี Nuts for Candy v. Visa, Inc., et al., No. 17-01482 (ศาลสูงแห่งเทศมณฑลซานมาเทโอ) ตามข้อตกลงระหว่างคู่กรณีในคดี Nuts for Candy ภายใต้และเมื่อได้รับอนุมัติขั้นสุดท้ายของกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) โจทก์ในคดี Nuts for Candy จะขอให้ศาลของรัฐแคลิฟอร์เนียยกฟ้องการดำเนินคดีใน Nuts for Candy ทนายความของโจทก์ในคดี Nuts for Candy อาจรับเงินที่ตัดสินในคดี Nuts for Candy เป็นค่าธรรมเนียมทนายความที่ไม่เกิน 6,226,640.00 ดอลลาร์และค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิน 493,697.56 ดอลลาร์ ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่สั่งในคดี Nuts for Candyจะได้รับเป็นกองทุนโดยแยกต่างหากและจะไม่ลดเงินกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาทให้แก่สมาชิกในกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตาม

    การปลดเปลื้องจะไม่ป้องกันตามกฎหมายไม่ให้ดำเนินการเรียกร้องที่เป็นคำสั่งศาลให้จำเลยหยุดการกระทำการ หรือการเรียกร้องที่เป็นคําสั่งแสดงสิทธิของโจทก์ ซึ่งเป็นการยืนยันสำหรับการเรียกร้องที่เป็นคำสั่งศาลให้จำเลยหยุดการกระทำการที่ถูกอ้างในความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(2) ซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาในคดี Barry’s Cut Rate Stores, Inc., et. al. v. Visa, Inc., et al., MDL No. 1720, Docket No. 05-md-01720-MKB-JO (“Barry’s”). การเรียกร้องคำสั่งศาลให้จำเลยหยุดการกระทำการคือการเรียกร้องเพื่อห้ามหรือให้ดำเนินการบางอย่าง ซึ่งไม่รวมถึงการเรียกร้องให้ชำระเงิน เช่น ค่าเสียหาย การชดใช้ความเสียหาย หรือการคืนผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำผิด สำหรับการเรียกร้องดังกล่าวทั้งหมดที่เป็นคำสั่งศาลให้จำเลยหยุดการกระทำการแสดงสิทธิของโจทก์หรือห้ามจําเลยกระทําในคดี Barry’s ผู้ประกอบกิจการค้าจะรักษาสิทธิ์ทั้งหมดตามกฎข้อ 23 ของกฎแห่งกระบวนการทางแพ่งของรัฐบาลกลางซึ่งตนมีตัวแทนโจทก์ที่มีชื่อหรือสมาชิกของกลุ่มโดยไม่ปรากฎตัวในคดี Barry’s, ยกเว้นผู้ประกอบกิจการค้าที่เหลืออยู่ในกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) จะปลดเปลื้องสิทธิของตนในการเริ่มต้นการดำเนินคดีใหม่และแยกต่างหากสำหรับระยะเวลานานถึงห้า (5) ปีนับจากที่ศาลอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทและหมดซึ่งการอุทธรณ์ทั้งปวง

    การปลดเปลื้องยังจะไม่ป้องกันตามกฎหมายไม่ให้ดำเนินการเรียกร้องบางอย่างที่อ้างถึงในการบรรยายในการดำเนินคดีในนามกลุ่มบุคคลในคดี B&R Supermarket, Inc., et al. v. Visa, Inc., et al., No. 17-CV-02738 (E.D.N.Y.)หรือการเรียกร้องตามข้อพิพาททางการค้ามาตรฐานบางอย่างที่เกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจตามปกติ

    ข้อความฉบับสมบูรณ์ของการปลดเปลื้องสำหรับกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ซึ่งกำหนดไว้ใน คำถามข้อ 24. การปลดเปลื้องนี้ได้อธิบายการเรียกร้องที่ได้รับการปลดเปลื้องในภาษากฎหมาย ท่านควรอ่านการปลดเปลื้องให้ละเอียดถี่ถ้วน และหากท่านมีคำถามเกี่ยวกับการปลดเปลื้องนี้ ท่านสามารถ:

    • โทรติดต่อที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคำถามข้อ 16 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
    • ปรึกษาทนายความ ด้วยค่าใช้จ่ายของท่านเอง เกี่ยวกับการปลดเปลื้องนี้และสิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อท่าน
    • อ่านข้อตกลงการระงับคดีฉบับสมบูรณ์และข้อร้องเรียนในคดี Barry’s, Nuts for Candyและ B&R Supermarket cases ซึ่งอาจจะดูได้ที่นี่

    ข้อความสำคัญ! หากท่านต้องการรักษาสิทธิของท่านในการมีส่วนร่วมในคดีพิพาทอื่น ๆ ซึ่งมีพื้นฐานการเรียกร้องที่คล้ายกัน ท่านต้องเลือกออกจากกลุ่มบุคคล (ถอนตัวเอง) จากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3)

     กลับไปที่ด้านบน

  3. ข้าพเจ้าจะเลือกออกจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้อย่างไร

    ในการเลือกออกจากกลุ่มบุคคล (ถอนตัวเอง) จากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) โดยต้องส่งหนังสือไปที่:

    Class Administrator
    Payment Card Interchange Fee Settlement
    P.O. Box 2530
    Portland, OR 97208-2530

    หนังสือของท่านจะต้องประทับตราไปรษณีย์ภายในวันที่ 23 กรกฎาคม 2019 . ท่านไม่สามารถถอนตัวทางโทรศัพท์ อีเมล หรือออนไลน์

    1. ข้าพเจ้าจะส่งหนังสือของตนเองได้อย่างไร

      ท่านส่งหนังสือของท่านได้ทางไปรษณีย์แบบชั้นหนึ่งและชำระค่าจัดส่งทางไปรษณีย์ นอกจากนี้ท่านยังส่งหนังสือของตัวท่านเองได้โดยการจัดส่งแบบข้ามคืน เก็บสำเนาไว้เพื่อเป็นหลักฐานของท่าน

    2. จดหมายของข้าพเจ้าควรกล่าวถึงสิ่งใด

      จดหมายของท่านต้องมีการลงชื่อโดยบุคคลที่มีอำนาจในดำเนินการดังกล่าวและระบุข้อมูลดังต่อไปนี้:

      • ข้าพเจ้าต้องการเพิกถอน [ชื่อผู้ประกอบกิจการค้า] จากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) นี้ในคดี In re Payment Card Interchange Fee and Merchant Discount Antitrust Litigation.
      • ข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้าคือ:
        • ชื่อ (ชื่อแรก, ชื่อกลาง, นามสกุล):
        • ตำแหน่ง:
        • ชื่อผู้ประกอบกิจการค้า:
        • ที่อยู่:
        • หมายเลขโทรศัพท์:
        • หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ประกอบกิจการค้า:
      • ร้านค้าหรือสถานที่จำหน่ายที่ข้าพเจ้าต้องการจะถอนตัวจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้แก่:
      • สำหรับร้านค้าหรือสถานที่จำหน่ายแต่ละแห่ง ให้ระบุ:
        • ชื่อธุรกิจ:
        • ชื่อยี่ห้อและชื่อ “ธุรกิจที่กระทำ”:
        • ที่อยู่:
        • หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
      • สำหรับธุรกิจหรือชื่อยี่ห้อแต่ละรายดังกล่าว ให้ระบุ (หากมีเหตุผล):
        • ชื่อทางกฎหมายของบริษัทแม่ หากเกี่ยวข้อง:
        • วันที่เริ่มรับบัตร Visa หรือ Mastercard (หากหลังจากวันที่ 1 มกราคม 2004) และสิ้นสุดลง (หากก่อนวันที่อนุมัติเบื้องต้นของความตกลงระงับข้อพิพาท):
        • ชื่อของธนาคารทั้งหมดที่รับธุรกรรมบัตร Visa หรือ Mastercard:
        • หมายเลขประจำตัวผู้ประกอบกิจการค้าที่รับ:
      • ตำแหน่งของข้าพเจ้าในธุรกิจดังกล่าวนั้นซึ่งข้าพเจ้ามีอำนาจในการเพิกถอนธุรกิจนั้นจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ดังต่อไปนี้:

    คำเตือน! หากจดหมายของท่านถูกส่งหลังจากวันกำหนดสิ้นสุดจดหมายฉบับนั้นจะได้รับการพิจารณาว่าไม่มีผลตามกฎหมาย หากเกิดเหตุการณ์นี้ ท่านจะไม่ได้รับการเพิกถอนจากกลุ่มบุคคล ในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) และท่านจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ และจะมีภาระผูกพันตามเงื่อนไขของความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ทั้งหมด

     กลับไปที่ด้านบน

  4. หากข้าพเจ้าถอนตัวจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ข้าพเจ้าจะยังคงได้รับเงินจากความตกลงระงับข้อพิพาทนี้หรือไม่

    ไม่ได้ หากท่านถอนตัวจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3):

    • ท่านจะไม่ได้รับเงินจากความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ และ
    • ท่านจะไม่สามารถคัดค้านความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้

    กำหนดสิ้นสุดของการเพิกถอนตนเองคือ 23 กรกฎาคม 2019 .เพื่อกระทำการนี้ โปรดดูคำถามข้อ 11

    ข้อความสำคัญ! หากท่านถอนตัว ไม่ยื่นส่งแบบฟอร์มการเรียกร้องสำหรับการขอรับการชำระเงิน

     กลับไปที่ด้านบน

  5. หากข้าพเจ้าไม่ถอนตัวจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ข้าพเจ้าจะสามารถฟ้องจำเลยด้วยตนเองสำหรับค่าเสียหายหรือคำสั่งศาลให้จำเลยหยุดการกระทำการได้หรือไม่

    ไม่ได้ หากท่านไม่ถอนตัว ท่านได้สละสิทธิ์ในการฟ้องร้องคู่กรณีใด ๆ ที่ได้รับการปลดเปลื้องดังที่ได้อธิบายไว้ในข้อตกลงการระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลสำหรับการกระทำการที่ปลดเปลื้องลงแล้วจนถึงห้าปีนับจากที่ศาลอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทและหมดซึ่งการอุทธรณ์ทั้งปวง นอกจากนี้ท่านยังสละสิทธิ์ของท่านในการดำเนินคําสั่งชั่วคราวแสดงสิทธิของโจทก์หรือคำสั่งศาลให้จำเลยหยุดการกระทำการด้วยตนเองในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย ยกเว้นในฐานะสมาชิกของความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(2) ซึ่งรอการพิจารณา (Barry’s Cut Rate Stores, Inc., et. al. v. Visa, Inc., et al., MDL No. 1720, Docket No. 05-md-01720-MKB-JO)

     กลับไปที่ด้านบน


วิธีการไม่เห็นด้วยต่อความตกลงระงับข้อพิพาท


  1. หากข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ ข้าพเจ้าควรทำอย่างไร

    นอกจากนี้ท่านยังคัดค้านกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้หากท่านไม่ได้ถอนตัว ศาลแห่งนี้จะพิจารณาคำคัดค้านของท่าน เมื่อศาลได้ตัดสินใจว่าท้ายที่สุดจะอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทนี้หรือไม่

    1. หากข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ ข้าพเจ้าบอกกล่าวต่อศาลด้วยวิธีใด

      ท่านต้องยื่นส่งคำชี้แจงของการคัดค้านต่อศาลแห่งนี้ตามที่อยู่นี้:

      United States District Court for the Eastern District of New York
      Clerk of Court
      225 Cadman Plaza
      Brooklyn, New York 11201

      นอกจากนี้ท่านยังต้องยื่นส่งสำเนาของคำชี้แจงการคัดค้านของท่านต่อที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) และที่ปรึกษาคดีของฝ่ายจำเลย ตามที่อยู่ดังนี้:


      ที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่ได้รับการแต่งตั้ง ที่ปรึกษาคดีฝ่ายจำเลยที่ได้รับการแต่งตั้ง
      Alexandra S. Bernay
      Robbins Geller Rudman & Dowd LLP
      655 West Broadway
      Suite 1900
      San Diego, CA 92101
      Matthew A. Eisenstein
      Arnold & Porter Kaye Scholer LLP
      601 Massachusetts Ave., NW
      Washington, DC 20001 3743

      ท่านจะต้องส่งคำชี้แจงคำคัดค้านของท่านที่ประทับตราไปรษณีย์ไม่เกินวันที่ 23 กรกฎาคม 2019

    2. คำชี้แจงคำคัดค้านของข้าพเจ้าควรกล่าวถึงสิ่งใด

      คำชี้แจงคำคัดค้านของท่านต้องมีข้อมูลต่อไปนี้:

      ObjectionHeader

      คำชี้แจงคำคัดค้าน:

      • [ชื่อผู้ประกอบกิจการค้า] เป็นสมาชิกของกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ในคดี In re Payment Card Interchange Fee and Merchant Discount Antitrust Litigation.
      • [ชื่อผู้ประกอบกิจการค้า] เป็นสมาชิกของกลุ่มเนื่องจาก [ใส่รายการข้อมูลที่พิสูจน์ว่าท่านเป็นสมาชิกของกลุ่ม เช่น ชื่อธุรกิจและที่อยู่ของท่าน และระยะเวลาที่ท่านได้รับบัตร Visa หรือ Mastercard].
      • [ชื่อผู้ประกอบกิจการค้า] ขอคัดค้านความตกลงระงับข้อพิพาทในคดีพิพาทนี้ ข้าพเจ้าขอคัดค้าน (ขอคัดค้านความตกลงระงับข้อพิพาทในคดีพิพาทนี้ ข้าพเจ้าขอคัดค้าน (แสดงรายการว่าส่วนใดของความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ที่ท่านไม่เห็นด้วย เช่น ความตกลงระงับข้อพิพาทเป็นเงินสด แผนการจัดสรรปันส่วน ขั้นตอนของคำบอกกล่าว หรือรูปแบบอื่น ๆ) โปรดทราบว่าท่านยังคัดค้านการร้องขอสำหรับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของทนายความ หรือค่าตอบแทนการบริการสำหรับโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้ในการคัดค้านเดียวกันนี้.

      เหตุผลของข้าพเจ้าสำหรับการคัดค้านคือ:

      กฎหมายและหลักฐานที่สนับสนุนการคัดค้านแต่ละข้อของข้าพเจ้าคือ:

      ข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้าคือ:

      • ชื่อ (ชื่อแรก, ชื่อกลาง, นามสกุล):
      • ที่อยู่:
      • หมายเลขโทรศัพท์:

      ข้อมูลสำหรับติดต่อทนายของข้าพเจ้า (หากมี) คือ:

    3. ข้าพเจ้าสามารถโทรติดต่อศาลหรือสำนักงานผู้พิพากษาเกี่ยวกับการคัดค้านของข้าพเจ้าได้หรือไม่

      ไม่ได้ หากท่านมีข้อสงสัย ท่านไปที่เว็บไซต์นี้ได้สำหรับข้อมูลของความตกลงระงับข้อพิพาทหรือโทรติดต่อผู้ดูแลการเรียกร้องในนามกลุ่มบุคคล

     กลับไปที่ด้านบน

  2. การคัดค้านเหมือนกับการเพิกถอนหรือไม่

    ไม่เหมือน การคัดค้านหมายความว่าท่านบอกกล่าวต่อศาลว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ที่ท่านไม่เห็นด้วย (ซึ่งรวมถึงแผนสำหรับการจัดสรรปันส่วนเงินกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาท คำขอค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของทนายความ หรือค่าตอบแทนการบริการสำหรับโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3)) การเพิกถอน (หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการถอนตัว)

    หมายถึงท่านบอกกล่าวต่อศาลว่าท่านไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3)

     กลับไปที่ด้านบน


ทนายความที่เป็นตัวแทนของท่าน


  1. ใครคือทนายความที่เป็นตัวแทนของกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3)

    ศาลแห่งนี้ได้แต่งตั้งทนายความตามรายชื่อที่ระบุไว้ด้านล่างเพื่อเป็นตัวแทนของท่าน ทนายความเหล่านี้เรียกว่า ที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎ 23(b)(3) นอกจากนี้ยังมีทนายความอื่น ๆ อีกจำนวนมากที่ได้ทำงานร่วมกับที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) เพื่อเป็นตัวแทนของท่านในคดีนี้อีกด้วย เนื่องจากท่านเป็นสมาชิกรายหนึ่งของกลุ่ม ท่านจึงไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใด ๆ ให้กับทนายความเหล่านี้ ทนายความเหล่านี้จะได้รับเงินจากกองทุนของความตกลงระงับข้อพิพาทนี้

    ที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่ได้รับการแต่งตั้ง
    K. Craig Wildfang
    Robins Kaplan LLP
    2800 LaSalle Plaza
    800 LaSalle Avenue
    Minneapolis, MN 55402
    H. Laddie Montague, Jr.
    Berger Montague PC
    1818 Market Street
    Suite 3600
    Philadelphia, PA 19103
    Patrick J. Coughlin
    Robbins Geller Rudman & Dowd LLP
    655 West Broadway
    Suite 1900
    San Diego, CA 92101
    1. ข้าพเจ้าควรจ้างทนายความของตนเองหรือไม่

      ท่านไม่จำเป็นต้องจ้างทนายความของตัวเอง แต่ท่านสามารถทำได้หากต้องการด้วยค่าใช้จ่ายของตัวท่านเอง หากท่านจ้างทนายความของตนเองเพื่อแสดงตนในคดีนี้ ท่านต้องบอกกล่าวต่อศาลและส่งสำเนาของหนังสือบอกกล่าวนั้นต่อที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ตามที่อยู่ตามข้างต้น

     กลับไปที่ด้านบน

  2. ทนายความและโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) จะได้รับชำระเงินเท่าใด

    สำหรับการทำงานที่ได้ดำเนินการจนกระทั่งการอนุมัติขั้นสุดท้ายของความตกลงระงับข้อพิพาทนี้โดยศาลแขวง ที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) จะร้องขอต่อศาลนั้นเป็นจำนวนเงินตามสัดส่วนที่สมควรตามเหตุผลจากกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาท โดยสูงสุดไม่เกิน 10% ของกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาทนั้น เพื่อตอบแทนทนายทั้งหมดและสำนักงานกฎหมายของตนที่ได้ร่วมการทำงานในคดีที่เป็นการร่วมฟ้องในนามกลุ่มนี้ สำหรับงานเพิ่มเติมเพื่อบริหารจัดความตกลงระงับข้อพิพาท แจกจ่ายกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาท และในการอุทธรณ์ใด ๆ ที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ร้องขอเงินชดเชยตามอัตรารายชั่วโมงปกติได้ ที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) จะยังขอรับเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีของตน

    (ซึ่งไม่รวมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดความตกลงระงับข้อพิพาทหรือการบอกกล่าว) ไม่เกิน 40 ล้านดอลลาร์และการชำระเงินคืนแก่หนึ่งในแปดของโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) จากค่าใช้จ่ายและค่าตอบแทนการบริการสำหรับแต่ละรายไม่เกิน 250,000 ดอลลาร์สำหรับการเป็นตัวแทนของผู้ประกอบกิจการค้าในคดี MDL 1720 ซึ่งถึงที่สุดในข้อตกลงการระงับคดีในนามกลุ่มบุคคล

    จำนวนเงินที่จะได้รับในฐานะค่าธรรมเนียม เงินชำระคืนสำหรับค่าใช้จ่ายของทนายความ และค่าตอบแทนการบริการสำหรับโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) จะต้อง ได้รับการอนุมัติจากศาลแห่งนี้ ที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) จะต้องยื่นคำร้องขอค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทนการบริการต่อศาลภายในวันที่ 7 มิถุนายน 2019. ท่านสามารถคัดค้านคำร้องขอสำหรับค่าธรรมเนียมทนายความ ค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทนการบริการโดยเป็นไปตามคำแนะนำในคำถามข้อ 18

    สำเนาของคำร้องขอค่าธรรมเนียมทนายความ ค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทนการบริการจะประกาศบนเว็บไซต์ความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ในวันเดียวกันกับที่ได้ยื่น

     กลับไปที่ด้านบน

  3. ข้าพเจ้าจะแสดงความไม่เห็นด้วยกับค่าธรรมเนียมของทนายความ ค่าใช้จ่าย หรือค่าตอบแทนการบริการสำหรับโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้ด้วยวิธีใด

    ท่านบอกกล่าวต่อศาลแห่งนี้ได้ว่าท่านคัดค้าน (ไม่เห็นด้วยกับ) คำขอสำหรับค่าธรรมเนียมของทนายความ ค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนการบริการของโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ท่านกระทำเช่นนั้นได้หากท่านไม่ถอนตัวจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ศาลจะพิจารณาคำคัดค้านของท่าน เมื่อศาลทำการประเมินผลการร้องขอสำหรับค่าธรรมเนียมทนายความและค่าใช้จ่าย และ/หรือค่าตอบแทนการบริการของโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในการอนุมัติขั้นสุดท้ายของความตกลงระงับข้อพิพาทนี้

    สำหรับการยื่นส่งการคัดค้าน ท่านต้องยื่นส่งคำชี้แจงของการคัดค้านต่อศาลแห่งนี้ตามที่อยู่นี้:

    United States District Court for the Eastern District of New York
    Clerk of Court
    225 Cadman Plaza
    Brooklyn, New York 11201

    นอกจากนี้ท่านยังต้องยื่นส่งสำเนาของคำชี้แจงการคัดค้านของท่านต่อที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) และที่ปรึกษาคดีของฝ่ายจำเลย ตามที่อยู่ดังนี้:


    ที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่ได้รับการแต่งตั้ง ที่ปรึกษาคดีฝ่ายจำเลยที่ได้รับการแต่งตั้ง
    Alexandra S. Bernay
    Robbins Geller Rudman & Dowd LLP
    655 West Broadway
    Suite 1900
    San Diego, CA 92101
    Matthew A. Eisenstein
    Arnold & Porter Kaye Scholer LLP
    601 Massachusetts Ave., NW
    Washington, DC 20001 3743

    เสมียนประจำศาล ทนายความของกลุ่มและของจำเลยต้องได้รับจดหมายของท่านภายในวันที่ 23 กรกฎาคม 2019

    1. คำชี้แจงคำคัดค้านของข้าพเจ้าควรกล่าวถึงสิ่งใด

      คำชี้แจงคำคัดค้านของท่านต้องมีข้อมูลต่อไปนี้:

      ObjectionHeader

      คำชี้แจงคำคัดค้าน:

      • ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกของกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ในคดี In re Payment Card Interchange Fee and Merchant Discount Antitrust Litigation.
      • ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกของกลุ่มเนื่องจาก [ใส่รายการข้อมูลที่พิสูจน์ว่าท่านเป็นสมาชิกของกลุ่ม เช่น ชื่อธุรกิจและที่อยู่ของท่าน และระยะเวลาที่ท่านได้รับบัตร Visa หรือ Mastercard].
      • ข้าพเจ้าขอคัดค้านคำขอของที่ปรึกษาของกลุ่มสำหรับค่าธรรมเนียมทนายความและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และ/หรือคำร้องขอสำหรับค่าตอบแทนการบริการของโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3)

      เหตุผลของข้าพเจ้าสำหรับการคัดค้านคือ:

      กฎหมายและหลักฐานที่สนับสนุนการคัดค้านแต่ละข้อของข้าพเจ้าคือ:

      ข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้าคือ:

      • ชื่อ (ชื่อแรก, ชื่อกลาง, นามสกุล):
      • ที่อยู่:
      • หมายเลขโทรศัพท์:

      ข้อมูลสำหรับติดต่อทนายของข้าพเจ้า (หากมี) คือ:

    2. ข้าพเจ้าสามารถโทรติดต่อศาลหรือสำนักงานผู้พิพากษาเกี่ยวกับการคัดค้านของข้าพเจ้าได้หรือไม่

      ไม่ได้ หากท่านมีข้อสงสัย ท่านโทรติดต่อผู้ดูแลการเรียกร้องในนามกลุ่มบุคคลได้ที่หมายเลข 1-800-625-6440

     กลับไปที่ด้านบน


การพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรมของศาล


  1. เมื่อใดและสถานที่ใดที่ศาลแห่งนี้จะพิจารณาตัดสินอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทนี้

    การพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรมของศาลจะมีขึ้นเวลา 10:00 น. ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2019. การพิจารณาคดีจะดำเนินการที่:

    United States District Court for the Eastern District of New York
    225 Cadman Plaza
    Brooklyn, NY 11201

    เราไม่ทราบว่าการพิจารณาตัดสินคดีของศาลจะใช้เวลานานเท่าใด

    ข้อความสำคัญ! เวลาและวันที่ของการพิจารณาคดีอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการส่งไปรษณีย์หรือพิมพ์เผยแพร่คำบอกกล่าวเพิ่มเติม สำหรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการพิจารณาคดี โปรดเข้าชมเว็บไซต์นี้

    1. ทำไมจึงมีการพิจารณาคดี

      การพิจารณาคดีนั้นเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับว่าความตกลงระงับข้อพิพาทนี้ยุติธรรม เพียงพอ และมีเหตุผลหรือไม่

      ศาลแห่งนี้จะพิจารณาคำคัดค้านและรับฟังสมาชิกของกลุ่มที่ขอเบิกความต่อศาลในการพิจารณาคดีนี้

      ศาลยังจะตัดสินใจว่าควรให้การอนุมัติขั้นสุดท้ายสำหรับการร้องขอของโจทก์ สำหรับค่าธรรมเนียมทนายความและค่าใช้จ่าย ค่าตอบแทนการบริการ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หรือไม่

     กลับไปที่ด้านบน

  2. ข้าพเจ้าต้องมาร่วมฟังการพิจารณาคดีนี้หรือไม่เพื่อการได้รับเงินของข้าพเจ้า

    ไม่ ท่านไม่จำเป็นต้องไปเข้าร่วมการพิจารณาคดี แม้ว่าท่านจะได้ทำการยื่นส่งคำคัดค้านต่อศาลก็ตาม แต่ท่านสามารถไปเข้าร่วมในการพิจารณาคดีหรือจ้างทนายความเพื่อไปเข้าร่วมในการพิจารณาคดีได้หากท่านต้องการ ด้วยค่าใช้จ่ายของท่านเอง

     กลับไปที่ด้านบน

  3. หากข้าพเจ้าต้องการให้การต่อศาลที่การพิจารณาคดีนี้ ควรต้องทำอย่างไร

    ท่านต้องยื่นส่งคำบอกกล่าวของความตั้งใจในการแสดงตนในศาลต่อศาลแห่งนี้ตามที่อยู่นี้:

    United States District Court for the Eastern District of New York
    Clerk of Court
    225 Cadman Plaza
    Brooklyn, New York 11201

    คำบอกกล่าวความตั้งใจในการแสดงตนในศาลของท่านจะต้องยื่นส่งภายในวันที่ 23 กรกฎาคม 2019. นอกจากนี้ท่านยังต้องส่งสำเนาของจดหมายของท่านให้กับที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) และที่ปรึกษาคดีของฝ่ายจำเลยตามที่อยู่ระบุไว้ในคำถามข้อ 18

    1. คำบอกกล่าวความตั้งใจในการแสดงตนในศาลของข้าพเจ้าควรกล่าวถึงสิ่งใด

      คำบอกกล่าวความตั้งใจในการแสดงตนในศาลของท่านต้องมีการลงชื่อและประกอบด้วยข้อมูลต่อไปนี้:

      ObjectionHeader
      • คำบอกกล่าวความตั้งใจในการแสดงตนในศาล
      • ข้าพเจ้าต้องการเบิกความในนามของ [ชื่อผู้ประกอบกิจการค้า] ในการพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรมของศาลสำหรับคดี In re Payment Card Interchange Fee and Merchant Discount Antitrust Litigation.

      ข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้าคือ:

      • ชื่อ (ชื่อแรก, ชื่อกลาง, นามสกุล):
      • ที่อยู่:
      • หมายเลขโทรศัพท์:

      ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น (รวมทั้งทนายความ) ที่ต้องการเบิกความในการพิจารณาคดี:

     กลับไปที่ด้านบน


หากท่านไม่ทำอะไร


  1. จะเกิดอะไรขึ้นหากข้าพเจ้าไม่ได้ทำสิ่งใดทั้งสิ้น

    Iหากท่านไม่ได้ยื่นส่งการเรียกร้อง ท่านจะไม่ได้รับเงินจากความตกลงระงับข้อพิพาทนี้

    อย่างไรก็ตาม โปรดสังเกตว่าแบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนนั้นยังไม่พร้อมใช้งาน และจะไม่สามารถใช้ได้จนกว่าข้อตกลงจะได้รับอนุมัติในที่สุด และการอุทธรณ์ใด ๆ ได้รับการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของข้อตกลง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการยื่นการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน กรุณาดูคำตอบของคำถามที่ 9

    หากท่านไม่ได้เพิกถอนตนจากกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ท่านจะไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของคดีพิพาทอื่นในการฟ้องร้องต่อจำเลยทั้งหลายและฝ่ายที่ได้รับการปลดเปลื้องตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) นี้สำหรับการกระทำการที่ปลดเปลื้องลงแล้ว ท่านจะผูกพันตามการปลดเปลื้องกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ยกเว้นว่าในส่วนของการเรียกร้องที่เป็นคําสั่งแสดงสิทธิของโจทก์หรือคำสั่งศาลให้จำเลยหยุดการกระทำการที่ถูกอ้างในความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(2) ซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาในคดี Barry’s Cut Rate Stores, Inc., et. al. v. Visa, Inc., et al., MDL No. 1720, Docket No. 05-md-01720-MKB-JO ท่านจะยังคงมีสิทธิ์ทั้งหมดตามตามกฎข้อ 23 ของกฎแห่งกระบวนการทางแพ่งของรัฐบาลกลางซึ่งท่านมีในฐานะตัวแทนโจทก์หรือสมาชิกของกลุ่มโดยไม่ปรากฎตัวในการดำเนินคดีนั้น ยกเว้นสิทธิในการเริ่มต้นการดำเนินคดีใหม่และแยกต่างหากสำหรับระยะเวลานานถึงห้า (5) ปีนับจากที่ศาลอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทและหมดซึ่งการอุทธรณ์ทั้งปวง

     กลับไปที่ด้านบน


การขอข้อมูลเพิ่มเติม


  1. ข้าพเจ้าจะขอข้อมูลเพิ่มเติมได้อย่างไร

    การขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความตกลงระงับข้อพิพาทนี้มีหลายวิธี

    เพื่อขอรับสำเนาของข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีพิพาทนี้ ท่านสามารถ:

    writeIcon ส่งจดหมายไปที่: Payment Card Interchange Fee Settlement, P.O. Box 2530, Portland, OR 97208-2530

    emailIcon อีเมล: info@PaymentCardSettlement.com

    phoneIcon โทร : 1-800-625-64401-800-625-6440 - หมายเลขโทรฟรี

    หากท่านไม่ได้รับแบบฟอร์มการเรียกร้องทางไปรษณีย์หรือทางอีเมล ท่านดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่เว็บไซต์นี้ หรือโทร: 1-800-625-6440

    กรุณาอย่าพยายามติดต่อผู้พิพากษา Brodie หรือเสมียนประจำศาลเพื่อสอบถามข้อสงสัยใด ๆ

     กลับไปที่ด้านบน


ข้อความการปลดเปลื้องที่สมบูรณ์


  1. ข้อความการปลดเปลื้องที่สมบูรณ์สำหรับกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) คืออะไร

    สำหรับข้อความการปลดเปลื้องที่สมบูรณ์และเงื่อนไขทั้งหมดของความตกลงระงับข้อพิพาท โปรดอ่านข้อตกลงการระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลที่แทนที่และแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีให้ที่นี่

    29. “ฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3)” เป็นบุคคลแต่ละรายและโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลโดยรวมตามกฎข้อ 23(b)(3) และสมาชิกแต่ละรายของความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ในนามของตนเองและบุคคลใด ๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ กรรมการบริษัท หรือผู้ถือหุ้น ตัวแทน พนักงาน ผู้แทนทางกฎหมาย หุ้นส่วน ผู้ร่วมงาน บริษัทแม่ บริษัทย่อย หน่วยงาน บริษัทในเครือ ผู้สืบต่อสิทธิ์ ผู้จัดการมรดก ผู้บริหารจัดการ ทรัพย์มรดก ผู้ซื้อ ผู้ดำรงตำแหน่งก่อน ผู้สืบทอด และผู้ได้รับมอบสิทธิ์ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของตน ไม่ว่าจะคัดค้านต่อความตกลงระงับข้อพิพาทที่กำหนดไว้ในข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลที่มีผลบังคับใช้และแก้ไขเพิ่มเติมแล้วและไม่ว่าจะมีการเรียกร้องการชำระเงินจากกองทุนความตกลงระงับข้อพิพาทสุทธิหรือไม่ก็ตาม

    30. “ฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3)” ได้แก่บุคคลทั้งหมดต่อไปนี้:

    1. Visa U.S.A. Inc., Visa International Service Association, Visa International, Visa Inc., Visa Asia Pacific Region, Visa Canada Association, Visa Central & Eastern Europe, Middle East & Africa Region, Visa Latin America & Caribbean Region, Visa Europe, Visa Europe Limited, Visa Europe Services, Inc. และนิติบุคคลอื่นใดที่ได้รับอนุมัติหรือได้รับใบอนุญาต หรือเคยได้รับอนุมัติหรือได้รับใบอนุญาตในอดีต สถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิตที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa หรือการได้มาซึ่งธุรกรรมจากบัตรเครดิตที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa
    2. Mastercard International Incorporated, Mastercard Incorporated และนิติบุคคลอื่น ๆ ที่ได้รับอนุมัติหรือได้รับใบอนุญาต หรือเคยได้รับอนุมัติหรือได้รับใบอนุญาตในอดีต สถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิตที่ประทับตราเครื่องหมาย Mastercard หรือการได้มาซึ่งธุรกรรมจากบัตรเครดิตที่ประทับตราเครื่องหมาย Mastercard
    3. Bank of America, N.A.; BA Merchant Services LLC (เดิมชื่อ National Processing, Inc.); Bank of America Corporation; NB Holdings; MBNA America Bank, N.A. และ FIA Card Services, N.A.
    4. Barclays Bank plc; Barclays Delaware Holdings, LLC (เดิมชื่อ Juniper Financial Corporation); Barclays Bank Delaware (เดิมชื่อ Juniper Bank) และ Barclays Financial Corp.
    5. Capital One Bank (USA), N.A.; Capital One F.S.B.; และ Capital One Financial Corporation
    6. Chase Bank USA, N.A. (และในฐานะผู้สืบทอดสิทธิ์ของ Chase Manhattan Bank USA, N.A. และ Bank One, Delaware, N.A.); Paymentech, LLC (และในฐานะผู้สืบทอดสิทธิ์ของ Chase Paymentech Solutions, LLC); JPMorgan Chase & Co. (และในฐานะผู้สืบทอดสิทธิ์ของ Bank One Corporation) และ JPMorgan Chase Bank, N.A. (และในฐานะผู้สืบทอดสิทธิ์ของ Washington Mutual Bank)
    7. Citibank (South Dakota), N.A.; Citibank, N.A.; Citigroup Inc. และ Citicorp
    8. Fifth Third Bancorp.
    9. First National Bank of Omaha.
    10. HSBC Finance Corporation; HSBC Bank USA, N.A.; HSBC North America Holdings Inc.; HSBC Holdings plc; HSBC Bank plc และ HSBC U.S.A. Inc.
    11. National City Corporation และ National City Bank of Kentucky
    12. PNC Financial Services Group, Inc. และ PNC Bank, National Association
    13. SunTrust Banks, Inc. และ SunTrust Bank
    14. Texas Independent Bancshares, Inc.
    15. Wachovia Bank, N.A. และ Wachovia Corporation
    16. Washington Mutual, Inc.; Washington Mutual Bank; Providian National Bank (หรือในนาม Washington Mutual Card Services, Inc.) และ Providian Financial Corporation
    17. Wells Fargo & Company (และในฐานะผู้สืบทอดสิทธิ์ของ Wachovia Corporation) and Wells Fargo Bank, N.A. (และในฐานะผู้สืบทอดสิทธิ์ของ Wachovia Bank, N.A.)
    18. นิติบุคคลหรือบุคคลแต่ละรายและทั้งหมดที่ได้ถูกกล่าวหาว่าร่วมในการสมรู้ร่วมคิดของจำเลยรายใดในข้อร้องเรียนการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคลแบบรวมที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วครั้งที่สาม (Third Consolidated Amended Class Action Complaint) หรือของการฟ้องคดีใด ๆ ในนามกลุ่มบุคคล
    19. สมาชิกแต่ละรายหรือลูกค้าสถาบันการเงินของ Visa U.S.A. Inc., Visa International Service Association, Visa Inc., Visa Europe, Visa Europe Limited, Mastercard International Incorporated, หรือ Mastercard Incorporated ทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต
    20. สำหรับนิติบุคคลหรือบุคคลแต่ละรายในวรรคที่ 30(a) (s) ข้างต้น โดยเฉพาะบริษัทแม่ (ซึ่งรวมทั้งบริษัทที่มีการประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นบริษัทอื่น) บริษัทในเครือ บริษัทย่อย และบริษัทร่วม (ทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในกฎ 12b-2 ของ SEC ที่ได้ประกาศใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ ปี 1934) ของบริษัทเหล่านั้นทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตและทั้งโดยตรงและโดยอ้อม หรือนิติบุคคลอื่นใดซึ่งถือกรรมสิทธิหุ้นส่วนในผลประโยชน์มากกว่า 50%
    21. สำหรับนิติบุคคลหรือบุคคลแต่ละรายในวรรคที่ 30(a) (t) ข้างต้น โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้า ผู้สืบทอด ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ผู้ซื้อ และผู้ที่ได้รับมอบหมาย (รวมทั้งผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน หลักทรัพย์ หรือผู้ถือผลประโยชน์ของจำเลยทั้งหลายตามขอบเขตความรับผิดของผู้สืบทอด ผู้ซื้อ หรือผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน ตามฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) ตามที่ได้ระบุไว้ในวรรคที่ 30(a) (t) ข้างต้น) ของตนทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต และทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
    22. สำหรับนิติบุคคลหรือบุคคลแต่ละรายในย่อหน้า 30(a) (u) ข้างต้น โดยเฉพาะผู้รับมอบฉันทะ ผู้จัดการดูแลทรัพย์สิน หุ้นส่วน เจ้าหน้าที่ ผู้อำนวยการ พนักงาน ตัวแทน ทนายความ ตัวแทนทางกฎหมายหรือตัวแทนอื่น ๆ ผู้จัดการดูแลทรัพย์สิน ทายาท ผู้ดำเนินการ ผู้ดูแลจัดการ ผู้ถือหุ้น ที่ปรึกษา ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้า ผู้สืบทอด ผู้ซื้อ และผู้ที่ได้รับมอบหมาย (รวมทั้งผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน หลักทรัพย์ หรือผู้ถือผลประโยชน์ของนิติบุคคลแต่ละรายที่ได้กล่าวมาก่อนแล้วทั้งหมดตามขอบเขตความรับผิดของผู้สืบทอด ผู้ซื้อ หรือผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน ตามฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) ตามที่ได้ระบุไว้ในวรรคที่ 30(a) (u) ข้างต้น) ของตนทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต และทั้งโดยตรงและโดยอ้อม

    31. นอกเหนือจากผลกระทบของคำสั่งการตกลงระงับในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) และคำพิพากษาสุดท้ายที่ระบุไว้ตามข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลที่มีผลบังคับใช้และแก้ไขเพิ่มเติมแล้วนี้ ซี่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงคําพิพากษาถึงที่สุดใด ๆ ที่มีผล และยกเว้นตามที่ให้ไว้ต่อไปนี้ในวรรคที่ 34 และ 37 ด้านล่าง:

    1. ฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) ขอสละสิทธิ์โดยชัดแจ้งและเพิกถอนไม่ได้ และโดยสมบูรณ์ เป็นที่สุด และตลอดกาลในความตกลงระงับข้อพิพาท ปลดและเปลื้องฝ่ายที่ได้รับการปลดเปลื้องความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) จากการเรียกร้อง ความประสงค์ การดำเนินคดี การฟ้องร้อง และเหตุแห่งการดำเนินคดีใด ๆ และทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายบุคคล ในนามกลุ่มบุคคล โดยมีตัวแทน การดำเนินการประดุจบิดามารดา หรือในลักษณะอื่นใดสำหรับค่าเสียหาย การชดใช้ความเสียหาย การคืนผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำผิด การเสียดอกเบี้ย ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมทนายความ ค่าปรับ ค่าปรับทางแพ่งหรือการลงโทษอื่น ๆ หรือการชำระเงินอื่น ๆ หรือคำสั่งชั่วคราวห้ามจําเลยกระทํา แสดงสิทธิของโจทก์ หรือเพื่อความเป็นธรรมอื่น ๆ ไม่ว่าโดยตรง โดยอ้อม ได้รับต่อมา หรืออื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ทราบหรือไม่ทราบ ต้องสงสัยหรือไม่ต้องสงสัยในทางกฎหมายหรือในความยุติธรรมว่าฝ่ายที่ปลดเปลื้องความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) เคย มีอยู่ในปัจจุบัน หรืออาจมีและจะมี ณ วันที่อนุมัติเบื้องต้นของความตกลงระงับข้อพิพาทหรือเกิดขึ้นไม่เกินห้าปีนับจากวันสุดท้ายของความตกลงระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินการ การกระทำ ธุรกรรม กิจกรรม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แถลงการณ์ การละเว้น หรือการไม่กระทำการใด ๆ ของฝ่ายที่ได้รับการปลดเปลื้องความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) หรือถูกกล่าวหาหรือยกขึ้นเป็นอย่างอื่นในการดำเนินคดี หรือที่อาจถูกกล่าวหาหรือยกขึ้นในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว หรือเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับความต่อเนื่องหรือผลกระทบต่อเนื่องของการดำเนินการ การกระทำ ธุรกรรม กิจกรรม เหตุการณ์การที่เกิดขึ้น แถลงการณ์ การละเว้น หรือการไม่กระทำการใด ๆ ดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย การปลดเปลื้องนี้จะขยายไปถึงเพียงเท่าที่ขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายของรัฐบาลกลางอนุญาต
    2. (b) มีการตกลงกันโดยชัดแจ้งเพื่อความชัดเจนว่าการเรียกร้องใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินการ การกระทำการ ธุรกรรม กิจกรรม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แถลงการณ์ การละเว้น หรือการไม่กระทำการใด ๆ ต่อไปนี้จะเป็นการเรียกร้องที่ถูกหรืออาจถูกกล่าวหาในการดำเนินคดีนี้และเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของคดีนี้:
      1. ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน อัตราการแลกเปลี่ยน หรือกฎใด ๆ ของจำเลยฝ่าย Visa หรือจำเลยฝ่าย Mastercard ที่เกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน อัตราการแลกเปลี่ยน หรือการตั้งค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนหรืออัตราการแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa ในสหรัฐอเมริกาหรือการทำธุรกรรมของบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Mastercard ในสหรัฐอเมริกา
      2. ค่าธรรมเนียมผู้ประกอบกิจการค้าใด ๆ ของฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Visa ในสหรัฐอเมริกาหรือธุรกรรมบัตรที่ประทับตราเครื่องหมาย Mastercard ในสหรัฐอเมริกา
      3. กฎ “ที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม” กฎ “การเลือกรับบัตรได้ทั้งหมด” กฎ “การเลือกผู้ออกบัตรได้ทุกราย” กฎ “การเลือกใช้อุปกรณ์ทั้งหมด” กฎที่กำหนดให้เคารพข้อมูลประจำตัวหรือบัญชีทั้งหมด กฎ “ไม่กำหนดการซึ้อขั้นต่ำ” กฎ “ไม่ลดราคา” กฎ “การไม่เลือกปฏิบัติ” กฎ “ต่อต้านการบังคับให้ทำตาม” ซึ่งคือกฎต่าง ๆ ที่จำกัดผู้ประกอบกิจการค้ามิให้ความอนุเคราะห์อย่างยิ่งหรือบังคับให้ลูกค้าใช้ระบบการชำระเงินบางประเภทโดยเฉพาะ กฎ “ร้านขายสินค้าทั้งหมด” กฎ “ไม่มีทางเลี่ยง” กฎ “ไม่ให้มีผู้ออกบัตรหลายราย” กฎ “ไม่มีจุดบกพร่องหลายประการ” กฎการกำหนดเส้นทาง กฎการรับข้ามพรมแดน กฎการตรวจสอบบัตรหรือกฎการตรวจสอบผู้ถือบัตร กฎหรือข้อกำหนด “การเลือกผู้ถือบัตร” กฎ PAVD กฎหรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับตัวเลือกเส้นทางเกี่ยวกับเทคโนโลยีการยอมรับสำหรับมือถือ อีคอมเมิร์ซ หรือการชำระเงินออนไลน์ หรือการพัฒนาและการนำมาตรฐานโทเค็นมาใช้ใด ๆ ที่เกิดขึ้นจริงหรือที่ถูกกล่าวหา
      4. การจัดระบบองค์กรใหม่ การปรับโครงสร้าง การริเริ่ม หรือการนำเสนอต่อสาธารณะ หรือการจัดโครงสร้างองค์กรอื่น ๆ ของจำเลยฝ่าย Visa หรือจำเลยฝ่าย Mastercard
      5. การบริการของพนักงานหรือตัวแทนของฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) ใด ๆ เกี่ยวกับกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการของจำเลยฝ่าย Visa หรือจำเลยฝ่าย Mastercard หรือ
      6. ข้อตกลงที่เกิดขึ้นจริงหรือที่ถูกกล่าวหาใด ๆ (หรือถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในนั้น) (ก) ระหว่างหรือภายในกลุ่มจำเลยฝ่าย Visa ใด ๆ และจำเลยฝ่าย Mastercard ใด ๆ (ข) ระหว่างหรือภายในกลุ่มจำเลยฝ่าย Visa หรือจำเลยฝ่าย Mastercard ใดและฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) ใด ๆ หรือ (ค) ระหว่างหรือภายในกลุ่มจำเลยใด ๆ หรือฝ่ายที่ปลดเปลื้องความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่เกี่ยวข้องกับ (i)-(v) ข้างต้น หรือเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ของฝ่ายที่ปลดเปลื้องความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่เป็นไปตามหรือปฏิบัติตาม (i)-(v) ข้างต้น
    3. สำหรับวัตถุประสงค์ของความชัดเจน การอ้างอิงถึงกฎที่ระบุไว้ในวรรค 31 นี้ หมายถึงกฎเหล่านั้นตามที่มีอยู่ในหรือก่อนวันที่อนุมัติเบื้องต้นของความตกลงระงับข้อพิพาทและกฎที่มีผลบังคับใช้ในภายหลังที่มีความคล้ายคลึงกับกฎเหล่านั้นอย่างมีนัยสำคัญ ณ วันที่อนุมัติเบื้องต้นของความตกลงระงับข้อพิพาท

    32. ฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) แต่ละรายยังได้แสดงถึงการสละสิทธิ์อย่างชัดเจนและอย่างยกเลิกไม่ได้ และการตกลงและปลดเปลื้องสิทธิ และผลประโยชน์ของจำเลยรายหนึ่งรายใดและทั้งหมด โดยสมบูรณ์ ในขั้นสุดท้าย และตลอดไป ตามที่ฝ่ายที่ปลดเปลื้องความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) อาจมีหรือว่าอาจมีผลมาจากบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับซึ่ง การไม่แสดงการสละสิทธิ์ อาจจำกัดขอบเขตหรือผลของการปลดเปลื้องที่ระบุไว้ก่อนหน้าในวรรคที่ 29 31 ฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) แต่ละรายได้แสดงถึงการสละสิทธิ์อย่างชัดเจนชัดและอย่างยกเลิกไม่ได้ และปลดเปลื้องสิทธิ และผลประโยชน์ของจำเลยรายหนึ่งรายใดและทั้งหมด โดยสมบูรณ์ ในขั้นสุดท้าย และตลอดไป ตามที่ฝ่ายที่ปลดเปลื้องความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) อาจกำหนดไว้หรือไม่ก็สัมพันธ์กับการปลดเปลื้องโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติ(ประมวลกฎหมายแพ่งแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย มาตรา 1542 หรือกฎหมายที่คล้ายกันของรัฐหรือเขตอำนาจศาลอื่น ๆ โดยปราศจากการจำกัดกฎเกณฑ์ทั่วไปตามที่ได้กล่าวข้างต้น มาตรา 1542 ระบุว่า: "การเรียกร้องบางอย่างไม่ได้รับผลกระทบจากการปลดเปลื้องทั่วไป การปลดเปลื้องทั่วไปไม่ขยายไปถึงการเรียกร้องสิทธิที่เจ้าหนี้ไม่ทราบหรือสงสัยว่ามีประโยชน์ต่อตนเองหรือไม่ ณ เวลาของการดำเนินการปลดเปลื้อง ซึ่งหากเจ้าหนี้ได้ทราบ มันจะมีผลกระทบอย่างมากต่อความตกลงระงับข้อพิพาทของตนกับลูกหนี้" นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าในภายหลังอาจค้นพบว่าฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) แต่ละรายมีข้อเท็จจริงเป็นอื่น ที่แตกต่างจาก หรือนอกเหนือไปจากที่มันหรือเจ้าหนี้รู้หรือเชื่อว่าเป็นจริงเกี่ยวกับการเรียกร้องที่ได้ปลดเปลื้องที่ระบุไว้ก่อนหน้าในวรรคที่ 29 31 ด้วยประการฉะนี้ฝ่ายที่ปลดเปลื้องความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) แต่ละรายจึงแสดงถึงการสละสิทธิ์อย่างชัดเจนและอย่างยกเลิกไม่ได้ และข้อตกลง การถอนฟ้อง และปลดเปลื้อง ทั้งที่รู้หรือไม่ก็ตาม สงสัยหรือไม่ก็ตาม การเรียกร้องที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตามโดยสมบูรณ์ ในขั้นสุดท้าย และตลอดไปตามขอบเขตที่ระบุไว้ก่อนหน้าในวรรคที่ 29 31 ไม่ว่าได้ถูกปกปิดหรือซ่อนเร้น และโดยไม่คำนึงถึงการค้นพบต่อมาภายหลังหรือการมีอยู่ของข้อเท็จจริงที่เป็นอื่น แตกต่าง หรือเพิ่มเติม โจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้รับทราบ และโดยการดำเนินการของคำสั่งของความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลและคำพิพากษาขั้นสุดท้ายของความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) จึงถือว่าสมาชิกของความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ได้รับทราบว่าการสละสิทธิ์ดังกล่าวข้างต้นนั้นแยกต่างหากจากการต่อรองสำหรับและเป็นองค์ประกอบสำคัญของข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลที่มีผลบังคับใช้และแก้ไขเพิ่มเติมแล้วนี้

    33. การปลดเปลื้องในวรรคที่ 29 32 ข้างต้นไม่ได้ป้องกันตามกฎหมายไม่ให้ดำเนินการสอบสวนหรือการดำเนินคดีไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการประดุจบิดามารดา การบังคับใช้กฎหมายหรือข้อบังคับโดยรัฐ หน่วยงานกึ่งรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐในท้องถิ่นเพื่อพิสูจน์ผลประโยชน์ของรัฐหรือกึ่งรัฐ การปลดเปลื้องจะต้องป้องกันตามกฎหมายไม่ให้ดำเนินการเรียกร้องโดยรัฐ หน่วยงานกึ่งรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐในท้องถิ่นในขอบเขตที่การเรียกร้องดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ในกรรมสิทธิ์ของรัฐ กึ่งรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐในท้องถิ่นในฐานะสมาชิกของกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่ได้รับหรือมีสิทธิ์ได้รับการเยียวยาทางการเงินในการดำเนินคดีนี้ นอกจากนี้ การปลดเปลื้องยังจะต้องป้องกันตามกฎหมายไม่ให้ดำเนินการเรียกร้อง ไม่ว่าที่เรียกว่าการเรียกร้องค่าเสียหาย การชดใช้ความเสียหาย ลาภมิควรได้ หรือการบรรเทาทางการเงินอื่น ๆ ที่นำขึ้นโดยรัฐ หน่วยงานกึ่งรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐในท้องถิ่นสำหรับความเสียหายทางการเงินที่เกิดขึ้นโดยบุคคลธรรมดา ธุรกิจต่าง ๆ หน่วยงานหรือฝ่ายเอกชนที่มิใช่ภาครัฐ มิใช่กึ่งรัฐ และมิใช่ของรัฐในท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นสมาชิกของกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3)

    34. แม้จะมีสิ่งใดที่ขัดแย้งในวรรคที่ 29 33 ข้างต้น การปลดเปลื้องในวรรคที่ 29 33 ข้างต้นจะไม่ปลดเปลื้อง:

    1. การมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) ในฐานะสมาชิกของกลุ่มที่มีผู้แทนหรือปราศจากผู้แทนที่มีชื่อในคดี Barry’s Cut Rate Stores, Inc., et al. v. Visa, Inc., et al., MDL No. 1720 Docket No. 05-md-01720-MKB-JO (“Barry’s”) เพียงเพื่อการเรียกร้องที่เป็นคำสั่งศาลให้จำเลยหยุดการกระทำการซึ่งถูกกล่าวหาในคดี Barry’s เช่นเดียวกับการเรียกร้องที่เป็นคำสั่งศาลให้จำเลยหยุดการกระทำการทั้งหมดในคดี Barry’s ฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) จะรักษาสิทธิ์ทั้งหมดตามกฎข้อ 23 ของกฎแห่งกระบวนการทางแพ่งของรัฐบาลกลางซึ่งตนมีตัวแทนโจทก์ที่มีชื่อหรือสมาชิกของกลุ่มโดยไม่ปรากฎตัวในคดี Barry’s ยกเว้นสิทธิ์ในการเริ่มต้นการดำเนินคดีใหม่และแยกต่างหากก่อนเวลาห้าปีนับจากวันสุดท้ายของความตกลงระงับข้อพิพาท ไม่มีสิ่งใดในวรรคนี้ที่จะอ่านเพื่อขยาย จำกัด ขัดแย้ง หรือส่งผลกระทบต่อข้อกำหนดของการปลดเปลื้องหรือคำพิพากษาใด ๆ ที่ฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) เข้าผูกพันในคดี Barry’s ได้ และไม่มีสิ่งใดในการปลดเปลื้องในวรรคที่ 29 33 ข้างต้นที่จะตีความเพื่อขยาย จำกัด ขัดแย้ง หรือส่งผลกระทบต่อเรียกร้องที่เป็นคำสั่งศาลให้จำเลยหยุดการกระทำการซึ่งโจทก์ในคดี Barry’s อาจร้องขอหรือได้รับในคดี Barry’s
    2. การเรียกร้องใด ๆ ที่อ้างในคดี B&R Supermarket, Inc., et al. v. Visa, Inc., et al., No. 17-CV-02738 (E.D.N.Y.) ณ วันที่คู่กรณีดำเนินการตามข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลที่มีผลบังคับใช้และแก้ไขเพิ่มเติมแล้วนี้ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อกล่าวหาว่าเครือข่ายบัตรชำระเงินได้ตกลงกันอย่างผิดกฎหมาย เพื่อเปลี่ยนความรับผิดของธุรกรรมบัตรชำระเงินที่ฉ้อฉลจากสถาบันการเงินผู้ออกบัตรแก่ผู้ประกอบกิจการค้า ซึ่งเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2015
    3. การเรียกร้องใด ๆ ของฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่อยู่บนพื้นฐานของข้อพิพาทของมาตรฐานทางการค้าซึ่งเกิดขึ้นในการดำเนินการปกติของธุรกิจหรือความสัมพันธ์ทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืม ขอบเขตของเครดิต หรือความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารหรือเครดิตอื่น ๆ ข้อพิพาทการเรียกเก็บเงินบุคคล ความรับผิดของผลิตภัณฑ์ การละเมิดการรับประกัน การยักยอกข้อมูลผู้ถือบัตรหรือการฝ่าฝืนความเป็นส่วนตัว การปฏิบัติตามข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคสำหรับการยอมรับบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่ประทับตรา Visa หรือบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่ประทับตรา Mastercard ของผู้ประกอบกิจการค้า และข้อพิพาทอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการละเมิดสัญญาระหว่างฝ่ายที่ปลดเปลื้องความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) และฝ่ายที่ได้รับการปลดเปลื้องความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) อย่างไรก็ตาม โดยมีเงื่อนไขว่าวรรคที่ 29 33 ข้างต้นและไม่ใช่วรรคนี้ ใช้ควบคุมกรณีที่การเรียกร้องดังกล่าวเป็นการท้าพิสูจน์การฝ่าฝืนกฎหมายของกฎข้อบังคับการแลกเปลี่ยน อัตราการแลกเปลี่ยน หรือค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน หรือกฎเกณฑ์ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ค่าใช้จ่าย หรือการกระทำอื่น ๆ ที่ครอบคลุมโดยการเรียกร้องที่ได้รับการปลดเปลื้องในวรรคที่ 29 33 ข้างต้น;
    4. การเรียกร้องขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจาก (1) คู่แข่งของเครือข่ายบัตรชำระเงินของจำเลยฝ่าย Visa หรือจำเลยฝ่าย Mastercard หรือ (2) ผู้ประกอบการ ATM ที่ไม่ได้ถูกครอบครองหรือควบคุมโดยทางตรงหรือทางอ้อมโดยฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) หนึ่งหรือหลายราย

    35. ยกเว้นตามที่ระบุไว้ข้างต้นในวรรค 34 เมื่อวันที่ได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายของความตกลงระงับข้อพิพาท ฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) แต่ละฝ่ายตกลงและให้สัญญาที่จะไม่: (ก) ฟ้องร้องฝ่ายที่ได้รับการปลดเปลื้องกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทตามกฎข้อ 23(b)(3) ใด ๆ บนพื้นฐานของการเรียกร้องใด ๆ ที่ปลดเปลื้องในวรรคที่ 29 33 ข้างต้น (ข) ช่วยเหลือบุคคลที่สามใด ๆ ในการเริ่มต้นหรือดำเนินการต่อในคดีแพ่งส่วนบุคคลต่อฝ่ายที่ได้รับการปลดเปลื้องความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องในทางที่จะเรียกร้องสิทธิใด ๆ ที่ปล่อยเปลื้องในวรรคที่ 29 33 ข้างต้น หรือ (ค) ดำเนินคดีใด ๆ หรือทำการเรียกร้องใด ๆ จนกว่าจะถึงห้าปีนับจากวันสุดท้ายของความตกลงระงับข้อพิพาทซึ่งเป็นวันที่หรือหลังจากวันที่ได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายของความตกลงระงับข้อพิพาทแล้ว ฝ่ายที่ได้รับการปลดเปลื้องความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ยังคงมีส่วนร่วมและไม่ได้ถอนตัวจากการสมรู้ร่วมคิดหรือข้อตกลงแนวราบที่ผิดกฎหมายซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องที่ปลดเปลื้องในวรรคที่ 29 33 ข้างต้นซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับโครงสร้างก่อน IPO หรือการกำกับดูแลของจำเลยฝ่าย Visa ใด ๆ หรือโครงสร้างก่อน IPO หรือการกำกับดูแลของจำเลยฝ่าย Mastercard ใด ๆ หรือการมีส่วนร่วมของธนาคารจำเลยในการนั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย ไม่มีสิ่งใดในวรรคนี้ที่จะห้ามมิให้ฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) จากดำเนินคดีใด ๆ ตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล

    36. นอกจากนี้ฝ่ายกลุ่มบุคคลในความตกลงระงับข้อพิพาทที่ยอมให้ปลดเปลี้ยงทุกข์ตามกฎข้อ 23(b)(3) แต่ละรายยังปลดเปลื้องจำเลย Visa จำเลย Mastercard และจำเลยธนาคารแต่ละราย และที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญของพวกเขาในการฟ้องร้องนี้ จากการเรียกร้องใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการสู้คดีและการดำเนินการในการฟ้องร้องนี้ ซึ่งรวมทั้งการต่อรองและเงื่อนไขของข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลโดยเฉพาะหรือข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลที่มีผลบังคับใช้และแก้ไขเพิ่มเติมแล้วนี้ ยกเว้นสำหรับการเรียกร้องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลที่มีผลบังคับใช้และแก้ไขเพิ่มเติมแล้วนี้ จำเลย Visa จำเลย Mastercard และจำเลยธนาคารแต่ละรายปลดเปลื้องโจทก์ที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) โจทก์อื่น ๆ ในการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคล (ยกเว้นโจทก์ที่มีชื่อในคดี Barry’s) ที่ปรึกษาคดีของกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่ปรึกษาอื่น ๆ ของ กลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องฝ่ายโจทก์ในความตกลงระงับข้อพิพาทในนามกลุ่มบุคคลตามกฎข้อ 23(b)(3) ที่มีส่วนร่วมในการประชุมความตกลงระงับข้อพิพาทก่อนที่ศาลของกลุ่มบุคคลที่ร่วมฟ้องฝ่ายโจทก์ได้อนุมัติข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลที่มีผลบังคับใช้และแก้ไขเพิ่มเติมแล้วนี้ และโดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญในการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคล จากการเรียกร้องใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหรือการดำเนินคดีของการฟ้องคดีในนามกลุ่มบุคคลนี้ รวมทั้งการเจรจาต่อรองและเงื่อนไขของข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลโดยเฉพาะหรือข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลที่มีผลบังคับใช้และแก้ไขเพิ่มเติมแล้วนี้ ยกเว้นสำหรับการเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลที่มีผลบังคับใช้และแก้ไขเพิ่มเติมแล้วนี้

    37. ในกรณีที่ข้อตกลงระงับคดีในนามกลุ่มบุคคลที่มีผลบังคับใช้และแก้ไขเพิ่มเติมแล้วนี้ถูกยกเลิกตามวรรคที่ 61 64 ด้านล่าง หรือเงื่อนไขของวันที่ของการอนุมัติความตกลงระงับข้อพิพาทขั้นสุดท้ายไม่เป็นที่พึงพอใจ การปลดเปลื้องและข้อผูกพันว่าจะไม่ฟ้องร้องในบทบัญญัติของวรรค 29 36 ข้างต้นจะถือเป็นโมฆะและไม่มีผลบังคับใช้

     กลับไปที่ด้านบน